ดูต่อที่นี่นะ อีกเยอะล่ะ http://yai.yenta4.com/67
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเบื่อและเซ็งแบบสุดๆกับคุณพูดที่ไม่รู้เรื่องของผู้ชาย แถมขี้เกียจมานั่งถอดความทุกคำพูดของคุณๆ จนต้องมานั่งหงุดหงิดอยู่บ่อยๆ ถ้าใช่ เรามีกุญแจสำรองสำหรับถอดรหัสลับที่ซับซ้อนของหนุ่มๆ มาฝาก …ถ้าพร้อมแล้วมาถอดรหัสกัน…
1. ถ้าเขาบอกว่า “ผมจะโทรหาคุณ”
นั่นหมายความว่า “เขาอาจจะโทรหาคุณ”
สาวๆ หลายคนอาจคิดว่าการนี้เป็นการตอบแบบเลี่ยงๆ ของผู้ชาย แต่ถ้ามองให้ดีนี่คือการหาคำตอบที่น่าสนใจ เพราะเป็นเทคนิคของหนุ่มที่ใช้ในการขอเวลา สำหรับคิดใคร่ครวญว่า จะเล่นเกมรักนี้ต่อหรือไม่ แนะนำว่าคุณสาวๆ ไม่จำเป็นจะต้องอีเมลหรือ ฝากข้อความผ่านเฟสบุ๊ค หรือทวิสเตอร์ เพื่อกระตุ้นให้เขาระลึกถึงคุณ และโทรมาหาคุณ ทางที่ดีคุณสาวๆ ควรปล่อยให้ผู้ชายเป็นฝ่ายวิ่งตามคุณจะดีกว่า หรือหากหนุ่มที่คุณหมายตาเงียบหายไม่ติดต่อมา ก็ให้คิดซะว่าเขาไม่ใช่คนที่จะมาเป็นคู่ของคุณหรืออะไรก็ตามที่จะทำให้คุณสบายใจขึ้น
2. ถ้าเขาบอกว่า “ผมชอบเสื้อ/สร้อยคอ/รองเท้า/ทรงผมของคุณ”
นั่นหมายความว่า “คุณดูดี”
บางทีหนุ่มๆ อาจรู้สึกว่ามีแรงจูงใจลี้ลับที่ซ่อนอยู่ หากเขาจะเอ่ยชมคุณตรงๆ แบบซึ่งๆ หน้า แต่การชมแบบนี้ก็ไม่ได้เสียหาย หรือทำให้คำชมของหนุ่มๆ ดูมีความจริงใจน้อยลงเลย ความจริงแล้วหนุ่มๆ จะรู้สึกแย่หากรู้สึกว่าคำพูดของเขาเป็นการประจบสอพลอ ดังนั้นจึงเรียกพูดแบบอ้อมๆ แทน แต่ขอให้คุณผู้หญิงภูมิใจเถอะว่าอย่างน้อยผู้ชายของคุณก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ดึงดูดและน่าจดจำในตัวคุณ
3. ถ้าเขาบอกว่า “ระยะนี้ผมยุ่งมากเลย”
นั่นหมายความว่า (หากคุณเพิ่งเริ่มคบหาดูใจกันมาน้อยกว่า 6 เดือน) “ผมเริ่มหมดความสนใจในตัวคุณ”
นั่นหมายความว่า (หากคุณเพิ่งเริ่มคบหาดูใจกันมานานกว่า 6 เดือน) “ผมชอบคุณ แต่ผมก็ต้องการที่จะให้เวลาหรือสนใจกับสิ่งอื่นด้วย”
นี่ถือเป็นวิธีปกติ สำหรับผู้ชายที่จะใช้ตีตัวออกห่าง จำไว้ว่า ในช่วงไม่กี่เดือนแรกที่คุณเพิ่งคบหาดูใจกัน แล้วคู่รักของคุณมักจะตามติดคุณแจ๋ ก็ไม่ต้องหวาดวิตกว่าหลังจากนั้นเค้าจะค่อยๆ ห่างคุณไป ซึ่งนั่นเป็นเพราะพวกเขาถูกดึงดูดความสนใจด้วยสิ่งอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่แคร์คุณแล้ว
4. ถ้าเขาบอกว่า “ผมต้องการช่องว่างระหว่างเรา”
นั่นหมายความว่า “เขารู้สึกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเขาก้าวกระโดดเกินไป”
คงไม่มีใครอยากได้ยินประโยคสุดเลือดเย็นนี้ แต่ประโยคว่าผมต้องการเวลา หรือช่องเวลาระหว่างเราก็ไม่ใช่ว่าเป็นจุดจบชีวิตรักของคุณ บ่อยครั้งที่ผู้ชายรู้สึกตื่นเต้นกับความสัมพันธ์ใหม่ที่เข้ามาในชีวิต และจะรู้สึกสำลักกับอุณหภูมิรักที่พุ่งอย่างเร็ว เช่นการเจอกัน 6 คืนต่อสัปดาห์ ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำอย่างแรก คือ ทำให้มั่นใจก่อนว่าเขายังต้องการที่จะเดทกับคุณอยู่ ถ้าคำตอบที่ออกมาเป็นอะไรก็ตามที่ไม่ใช่ “เยส” คุณก็เตรียมเก็บแปรงสีฟันออกจากบ้านเขาได้เลย แต่ถ้าหากคุณยังมั่นใจว่าเขายังอยากเดทกับคุณอยู่ ให้ย้อนกลับไปสู่ความสัมพันธ์แบบระยะเริ่มต้นอีกครั้ง ด้วยการจัดตารางเวลาให้เขาให้พบและออกเดตกับคุณในบางโอกาสที่ดูสร้างสรรค์
5. ถ้าเขาบอกว่า “ผมชอบที่ใช้เวลาอยู่กับคุณ”
นั่นหมายความว่า “ผมคิดว่า ผมรักคุณ”
ผู้ชายมักลังเลและไม่กล้าที่จะพูดตรงๆ แต่ขอให้รู้ไว้ว่า เมื่อไหร่ที่ผู้ชายเริ่มพูดเกี่ยวกับรูปแบบความสัมพันธ์ที่เขาชื่นชอบ นั่นหมายความว่าเขาเผยไต๋ออกมาแล้ว ขอให้คุณรู้สึกดีกับสถานะที่เป็นอยู่ แม้ว่าคำสุดพิเศษ 3 คำที่คุณรอฟังจะไม่ได้หลุดออกมาจากปากเขาตรงๆ
6. ถ้าเขาบอกว่า “ผมไม่เชื่อมั่นในการแต่งงาน”
นั่นหมายความว่า “ผมจะไม่แต่งงานกับคุณ”
นี่เป็นหนึ่งในคำพูดที่บ้าบอที่สุด ซึ่งหากคุณเป็นหนึ่งในสาวที่โชคร้ายได้รับสารนี้จากคู่รักของคุณ ขอแนะนำให้คุณหาโอกาสออกเดทกับแบรต พิตต์ แทน เพราะมันง่ายกว่าที่คุณจะรอให้เขาหวนกลับมาหาคุณ
7. ถ้าเขาบอกว่า “ผมอยากจะอยู่แบบนี้ตลอดไป”
นั่นหมายความว่า “ตอนนี้ ผมมีความสุขมาก”
ทุกคำพูดที่สื่อถึงช่วงเวลาในอนาคตของผู้ชาย ถือเป็นสิ่งที่มีค่าประหนึ่งเม็ดเกลือ เมื่อไหร่ที่ผู้ชายบอกว่าชอบคุณ นั่นเท่ากับเขาหมายความว่าเขาชอบคุณ ณ ตอนนี้ ขณะนี้ นี่ไม่ได้หมายความว่าคำพูดของผู้ชายเป็นสิ่งที่ไร้สาระ เชื่อถือไม่ได้ แต่หมายความว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ความสัมพันธ์ของคุณเริ่มเข้าที่ แน่นแฟ้น คุณควรจะมองที่การกระทำของผู้ชายเป็นหลักมากกว่าที่ี่จะให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาพูด
ที่มา นสพ.ไทยรัฐ
– สาวๆ ทั้งหลาย อ่านแล้วจำไว้ให้ดีนะจ๊ะ จะได้ทำตัวปรับใจให้ถูก เวลาเจอคำพูดแบบนี้จากคนที่เรารัก
9 คำ กำกวมของผู้หญิง
http://webboard.yenta4.com/topic/310742
เตือนใช้วิจารณญาณ อย่าเลียนแบบ
ควันหลงจากกงานทีวีพูล ปาร์ตี้ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่สโมสรกองทัพบก จัดขึ้นโดยให้ดาราที่เข้าร่วมงานใส่ชุดแนวทหาร ซึ่งสายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข นางเอกสาววัยรุ่นมาในชุดทหารพรางสีชมพูสุดเซ็กซี่ ดึงดูดสายตาผู้ร่วมงานเป็นพิเศษ แต่ดาราสาวออกตัวว่า ไม่ได้ชอบเท่าใด
“ได้ใจคนอื่นแต่ไม่ได้ใจป่าน ตอนแรกป่านก็ไม่คิดว่ามันจะเซ็กซี่ขนาดนี้ เพราะยังไม่เห็นชุด ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ งานหน้าหนูคิดว่าคงจะต้องไปดูชุดเองแล้วค่ะ พี่คิดว่าหนูไม่อายเหรอ (หัวเราะ) มีแต่คนมองหนูพี่คิดว่าหนูไม่รู้สึกเหรอคะ” ดาราสาวกล่าว หลังจากมีนักข่าวตั้งคำถาม
ดาราสาวเล่าด้วย ว่า เปลี่ยนไม่ทัน เพราะว่าชุดเสร็จแล้ว และมาเห็นก่อนแค่วันเดียว พี่โกโก้เป็นคนหาให้ เพื่อแต่งกันมาเป็นกลุ่ม เพราะว่าประกวดแฟนซี ชุดก็จะแตกต่างกันไป
ดาราสาว ออกตัวด้วยว่า ใส่แล้วไม่มั่นใจ เพราะว่าช่วงนี้อ้วน ตอนที่เดินก็ต้องแขม่วท้องตลอดก็เลยเหนื่อย และที่ซีเรียสคือเห็นรอยสัก เพราะว่าเราเป็นเด็ก โอเคมันเป็นความชอบส่วนตัว แต่ว่าในขณะที่ต้องเป็นตัวอย่าง ก็ลำบากเหมือนกัน
เมื่อถามว่า กลัวถูกมองในด้านลบไหม สายป่าน กล่าวว่า “ไม่กลัวถูกมองในด้านลบ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าหนูเป็นอย่างไร แต่กลัวมองว่าทำไมล่ะ สายป่านอายุเท่านี้ยังทำได้ อยากที่จะไปสักแบบสายป่าน ซึ่งมันไม่ดี เรื่องพวกนี้ต้องขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ด้วย อย่างคุณพ่อคุณแม่ป่านท่านไม่ว่า เราเหมือนเพื่อนกัน เพราะเราถูกเลี้ยงมาเหมือนเพื่อน เขาเลยไม่ได้มาคิดมาเรื่องนี้ หนูก็เลยอยากให้ใช้วิจารณญานในการดูหนูนิดหนึ่ง คือบางอย่างก็ดี แต่บางอย่างก็ไม่ดี อะไรที่ไม่ดีก็อย่าทำตาม เพราะว่ามันผิดกฎ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ปกครองด้วยค่ะ”
ที่มา นสพ.ข่าวสด





























