* ฤๅเว็บไทยจะสาบสูญ

หลังจากเว็บไซต์เครือข่ายสังคม (Social network) ชื่อดังสัญชาติอเมริกาอย่าง Hi5 สามารถยึดหัวหาดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประเทศไทยได้สำเร็จ ด้วยสถิติที่น่าทึ่ง!! เพราะมีคนไทยแห่สมัครสมาชิกเว็บไซต์ดังกล่าวสูงถึง 4.3 ล้านคน (เป็นอันดับ 2 ของโลก) เฉลี่ยแล้วมีคนสมัครเป็นสมาชิกใหม่สูงถึงวันละ 26,000 คนแล้ว Hi5 ยังเป็นเว็บไซต์อันดับ 2 ที่คนไทยเข้าใช้มากที่สุด จะเป็นรองก็เพียงเว็บ Google ไทยเท่านั้น (ข้อมูลจากบริษัท เก็บข้อมูลเว็บ Alexa)

จะเห็นได้ว่า พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยมีแนวโน้มที่เปลี่ยนไป หันมาใช้งานเว็บประเภท 2.0 หรือเว็บเครือข่ายสังคมมากขึ้น สอดรับกับข้อมูลผลการศึกษาของเนคเทค เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย พบว่า จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ในปัจจุบันที่มีจำนวนประมาณ 15-16 ล้านคน มีการหันมาใช้งานเว็บที่ใช้งานในลักษณะเครือข่ายสังคมมากขึ้น ซึ่งกว่า 69.7% ของผู้ถูกสำรวจโดยเนคเทคระบุว่า มีบล็อกไดอารี่เป็นของตัวเอง

ทั้งนี้ ด้วยจำนวนสมาชิกจำนวนมหาศาล รวมกับปริมาณการเข้าใช้งานที่สูงลิ่ว ก็ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาต่างๆ ของบริษัทไทย แห่เข้ามาซื้อโฆษณาบนเว็บ Hi5 อย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งการประสบความสำเร็จของ Hi5 นี่เองที่กลายเป็นสิ่งเย้ายวนให้เว็บเครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่เจ้าอื่นๆ เดินหน้าเข้ามาร่วมตีตลาดเมืองไทย พร้อมประกาศท้าชนกับเจ้าตลาดอย่าง Hi5 อย่างไม่กลัวศักดิ์ศรี

ล่าสุด friendster เว็บเครือข่ายสังคมชื่อดังของโลกก็เลือกมาเปิดตัวในประเทศไทยเช่นกัน โดยนายเจฟ โรเบอร์โต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เฟรนด์สเตอร์ อิงก์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีคนไทยที่ใช้ friendster.com แล้วประมาณ 100,000 ราย และเพื่อแนะนำผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทยให้รู้จักมากขึ้น จึงได้ทำการเปิดตัวเว็บไซต์ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาหาพันธมิตร เพื่อช่วยหาโฆษณาและพันธมิตรด้านคอนเทนต์ ส่วนกลยุทธ์ในการเพิ่มฐานสมาชิก friendster จะมีฟีเจอร์ fan profile ซึ่งเปิดโอกาสให้ดารา นักร้อง และคนดังต่างๆ เข้ามาสร้าง profile แล้วสมาชิกรายอื่นสามารถ add ไว้ในเครือข่ายได้ พร้อมกันนี้บริษัทยังได้พัฒนาภาษาไทยเพื่อให้คนไทยใช้งานง่ายขึ้นอีกด้วย

ขณะเดียวกัน เว็บเครือข่ายสังคมอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Facebook ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ล่าสุดเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่มีชื่อว่า translations ที่เปิดให้สมาชิกในเครือข่าย facebook ช่วยกันแปลภาษาของคำสั่งและเนื้อหาของเว็บจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาท้องถิ่น ซึ่งในขณะนี้มีการผู้ใช้ร่วมแปลออกเป็นภาษาต่างๆ แล้วกว่า 63 ภาษา รวมทั้งภาษาไทย ซึ่งแน่นอนว่าการขยับตัวของ facebook ถือว่าฉลาดมาก เพราะหากสามารถแปลภาษาได้ครบถ้วน ก็เชื่อว่าจะสามารถดึงผู้ใช้หันไปใช้งานเว็บ facebook มากขึ้น เนื่องจากให้เปรียบเทียบฟีเจอร์การใช้งานแล้ว นับว่า facebook มีภาษีเหนือคู่แข่งรายอื่นๆ มาก

จะเห็นได้ว่า การกรีธาทัพเข้ามาของเว็บไซต์ต่างชาติ ส่งผลกระทบต่อการเข้าใช้เว็บไทยไม่ใช่น้อย เพราะหากไล่ดูเว็บยอดนิยมของคนไทย 10 อันดับแล้ว พบว่า 7 ใน 10 เป็นเว็บของต่างชาติทั้งสิ้น มีเพียงสนุก กระปุก และพันทิป 3 เว็บเท่านั้นที่สามารถเบียดแย่งพื้นที่ติด 1 ใน 10 มาได้ แต่ต่อไปหากเว็บเครือข่ายสังคมระดับโลกแห่กันเข้ามารุมอยู่ในตลาดไทย ไม่แน่ผู้ประกอบการเว็บไทยก็อาจจะไม่มีที่ให้ยืนติดชาร์ต 10 อันดับของประเทศก็ได้ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่คนไทยไม่สามารถพัฒนาเว็บไซต์ไปแข่งกับเว็บต่างชาติได้ ขณะเดียวกัน ในอนาคตก็อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไทยที่เกิดใหม่แจ้งเกิดได้ยากขึ้น ซึ่งจุดนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก และสุดท้ายอาจนำไปสู่การฉุดภาพรวมของธุรกิจเว็บไซต์ของเราให้ตกต่ำลงในที่สุด

และจากข้อสังเกตดังกล่าว ก็สอดรับกับความเห็นของนายภูวนารท ภาณุวัฒนากร โปรแกรมเมอร์และเว็บมาสเตอร์เว็บ Myfri3nd.com ซึ่งเป็นเว็บเครือข่ายสังคมสัญชาติไทยแท้ ที่ล่าสุดมีสมาชิกเข้าใช้บริการของเว็บกว่า 67,000 คนแล้ว ที่กล่าวว่า การเข้ามาของเว็บต่างชาตินั้นย่อมส่งผลกระทบต่อเว็บคนไทยแน่นอน เนื่องจากเว็บต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเว็บระดับโลกนั้น มีทั้งเทคโนโลยีที่ดี เงินทุนที่หนา และการตลาดที่เข้มแข็ง ซึ่งยากที่เว็บคนไทยจะไปต่อกรได้ จะเห็นได้จากอดีตที่เคยมีบริการอีเมล์ของคนไทย แต่สุดท้ายก็ต้องปิดตัวไป เพราะไม่สามารถแข่งกับอีเมล์จากต่างชาติ

ส่วนการเข้ามาของเว็บเครือข่ายสังคมต่างชาติ ก็มองว่าจะส่งผลกระทบต่อเว็บไทยแน่นอน แต่ก็ไม่ถึงขึ้นที่จะต้องยอมแพ้เสียทีเดียว เพราะธรรมชาติของการใช้งานเว็บประเภทนี้มักจะเกิดจากการบอกต่อหรือชวนเพื่อน ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำให้ติดตลาด เหมือนอย่าง Hi5 ที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยนานกว่าคนจะเริ่มรู้จัก และนำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย ดังนั้นจึงเห็นว่า ผู้พัฒนาเว็บไทยยังคงมีเวลาเตรียมตัวที่จะแข่งกับต่างชาติได้ ขณะเดียวกัน คนไทยยังมีจุดแข็งในเรื่องที่เข้าใจคนไทยด้วยกันมากกว่า ก็สามารถออกแบบคอนเทนต์ได้โดนใจมากกว่าเว็บต่างชาติอยู่แล้ว

ทั้งนี้มองว่า เว็บไซต์ที่จะสามารถอยู่รอดในระยะยาว จะต้องเป็นเว็บไซต์ที่เป็นคอนเทนต์ของตลาดเฉพาะ ซึ่งตรงนี้มองว่าต่างชาติๆ ไม่สามารถเข้ามาเจาะตลาดได้ และหากพัฒนาดีๆ ก็มีสิทธิที่จะต่อสู้กับเว็บต่างชาติได้อย่างสบาย.

ที่มา http://www.thaipost.net/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s