เติมเต็มความสุขด้วยตัวเอง

Fulfill for Fully Life : เติมเต็มความสุขด้วยตัวเอง
by Intira  Sriumnouy
ตื่นมาวันนี้รู้สึกว่าตัวเองขาดๆ ค่ะ ไม่รู้มีใครเป็นเหมือนเรามั้ย ที่จู่ๆ ก็รู้สึกว่าชีวิตขาดวิ่นไม่ค่อยสมบูรณ์ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เพิ่งอกหัก ไม่ได้รักคุด ไม่ได้รุดทำงานหนัก แถมยังได้พักเป็นเวลาเพียงพออีกต่างหาก แต่ทำไม๊ ทำไมถึงได้รู้สึก “ไม่เต็ม” แต่พอได้ปรึกษาและพินิจพิเคราะห์อาการกับเพื่อนสาวอยู่นาน คำตอบที่ได้คือ “อาการขาดความสุข” นี่เองที่เป็นตัวบั่นทอนทำให้เรารู้สึกไม่เต็มซะที พอรู้อย่างนี้เราเลยรีบหาวิธีปั๊มความสุขเข้าตัวให้เร็วที่สุด โดยเริ่มจาก
1. เติมด้วยวัตถุ อันนี้ไม่ได้สนับสนุนให้คุณสาวๆ หันมาเป็นสาวกวัตถุนิยมหรอกนะคะ แต่เราอยากให้รู้จักกับคำว่า “ให้รางวัลตัวเอง” มากกว่า ในที่นี้จึงไม่ได้หมายความว่าวัตถุสามารถซื้อความสุขได้เสมอไป แต่ในบางครั้งความรู้สึกที่มันขาดหายไปของเรา อาจเกิดขึ้นเพราะความรู้สึกต้องการที่มีอยู่ในใจ แต่ถูกสกัดไว้ด้วยคำว่า “พอเพียง” ซึ่งหลักพอเพียงถูกต้องที่สุดค่ะ แต่ความพอเพียงที่ว่านั้นต้องพอเพียงไปพร้อมๆ กับใจ ไม่ใช่ว่าอยากพอเพียงแต่ใจกลับทุกข์เหลือเกิน ฉะนั้นเราทำงานมาเหนื่อยๆ ถ้าจะให้รางวัลกับตัวเองในสิ่งที่เราต้องการจริงๆ (ขอย้ำว่าต้องการจริงๆ นะคะ) มันก็คงไม่ใช่เรื่องผิด เพราะคุณรู้หรือไม่ว่า การได้ทำตามใจตัวเองแม้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม จะทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมขึ้นมาแบบไม่ต้องเค้น ฉะนั้นถ้าตัวเลขในบัญชีหายไปแต่ตัวเลขความสุขในใจกลับทวีขึ้นมาในลักษณะสวนทางกัน ในบางครั้งมันก็คุ้มค่านะคะ
2. เติมความสนุก “ความสนุก” ก่อให้เกิด “ความสุข” โดยสนุกในที่นี้สามารถทำได้หลายแบบค่ะ บางคนรักที่จะสนุกโดยการไปแฮงเอ้าท์กับเพื่อนๆ ในขณะที่บางคนสามารถสนุกได้เพียงแค่พกหนังสือติดตัวเพียงเล่มเดียว ซึ่งบางคนอาจเคยคิดว่าชีวิตฉันมีพร้อมทุกอย่างอยู่แล้ว ทั้งการงาน การเงิน และความรัก แต่ทำไม๊ ทำไมยังไม่แฮปปี้ดี๊ด๊าเท่าคนที่มีไม่ครบเครื่องอย่างคุณเลย ทั้งนี้ก็อาจเป็นเพราะว่าชีวิตของคุณขาดสีสันคัลเลอร์ฟูล ได้แต่อู้ฟู่อยู่บนความเรียบง่ายเกินไปยังไงล่ะ ฉะนั้นลองหมั่นเติมความสนุกใส่ชีวิตดูซะบ้างนะคะ ที่สำคัญจะสนุกอะไรก็สนุกได้ แต่อย่าสนุกอยู่บนความทุกข์ของคนอื่นละกัน มันไม่เก๋เลยค่ะ
3. เติมความรัก ได้ยินประโยคนี้แล้วอย่าเพิ่งอิจฉาคนที่มีแฟนล่ะ เพราะเราไม่ได้หมายถึงความรักที่ได้จากแฟนเพียงอย่างเดียว จำไว้ค่ะว่า Love is All Around ดังนั้นไอ้อาการขาดความสุขที่เกิดจากขาดรักเนี่ย มันเลยสามารถเติมกันได้ง่ายๆ เพียงแต่หลายๆ คนอาจคิดกันไม่ถึงเท่านั้นเอง วิธีคิดง่ายๆ คือ “อยากให้ใครรักก็ต้องรักคนอื่นก่อน” รักพ่อรักแม่แล้วบอกเขาไปหรือยัง รักเพื่อนหนักหนาเคยเทคแคร์พวกเขามั้ย? หรือบอกรักแฟนทุกวันแต่ไม่เคยทำให้รู้สึกได้สักที อย่างนี้เขาเรียกว่าเติมแต่ไม่เต็มค่ะ ฉะนั้นวิธีเติมความรักที่ง่ายที่สุดคือ “การให้” รักใครก็บอกเขาไปตรงๆ ไม่ต้องมาอ้ำอึ้งเดี๋ยวถึงปี 2012 แล้วจะสะพรึงทั้งๆ ที่ยังไม่ได้พูดนะคะ อยากทำอะไรให้คนที่เรารักก็ทำเลยโดยที่ไม่ต้องมาคิดว่า “เขาทำอะไรให้เราแล้วบ้าง” แต่ให้คิดเพียงว่า “เราล่ะ ทำอะไรให้เขาบ้าง” ถ้านึกไม่ออกก็รีบทำ ถ้าทำมาเยอะแล้วก็ทำต่อไป เพราะการที่เราทำให้คนที่เรารักด้วยใจ จะยังไงมันก็คือความสุขของเราทั้งนั้น จำไว้ค่ะว่า “การให้ มันมีแต่ได้กับได้” แล้วอย่างนี้ถ้าไม่เรียกว่าเติมเต็มความสุขแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะคะ
4. เติมความคิด ความคิดในหัวของคนเรามีทั้งดีและไม่ดี คละเคล้าปะปนกันไปเหมือนคนในสังคมนี่แหละค่ะ ฉะนั้นไอ้ความคิดไม่ดีที่มันเกิดขึ้นเนี่ยก็จะสามารถมาบั่นทอนความสุขจนทำให้ชีวิตของเราขาดโหว่เป็นรูโบ๋ได้ ฉะนั้นการเติมความคิดก็คือ การใส่สิ่งดีๆ เข้าไปในสมองให้มากขึ้น ฝึกคิดบวกวันละ 10 นาที หรือฝึกคิดดีวันละครึ่งชั่วโมง อะไรประมาณนั้น อย่างที่รู้ๆ กันว่า “ความคิดช่วยกำหนดชีวิตเราได้” ซึ่งถ้าคิดทุกข์แล้วรู้สึกขาด ดังนั้นเราจะพลาดคิดสุขกันทำไมล่ะค่ะ
5. เติมเต็มด้วยตัวเอง มีหลายคนค่ะที่ชอบพูดว่า “รอคนมาเติมเต็มในส่วนที่ขาด” ไม่ปฏิเสธค่ะว่าผู้เขียนก็เคยรอเช่นกัน แล้วยังหลงคิดไปด้วยว่า “สักวันจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายจะต้องโผล่มาเติมให้ภาพของฉันสวยเต็มใบแน่ๆ” ว่าแต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกได้ว่า จะรอไปทำไม๊ ในเมื่อไม่มีใครรู้จักเราดีเท่าตัวเองอีกแล้ว และถ้าเกิดมีวันนั้นจริงก็ไม่รู้ว่าคนๆ นั้นจะสามารถเติมเต็มได้ถูกจุดหรือไม่ เพราะเรานี่แหละที่รู้ใจตัวเองที่สุด อีกอย่างการรอคอยให้คนอื่นมาเติมเต็มมันคือการเห็นแก่ตัวอย่างหนึ่งค่ะ เพราะในความเป็นจริงเราควรจะเป็นคนที่เต็มได้ด้วยตัวเอง แต่สามารถเผื่อแผ่ให้กับคนข้างๆ ให้รู้สึกอิ่มไปพร้อมๆ กับเราได้ ฉะนั้นลองย้อนกลับไปอ่านข้อ 1-4 แล้วเริ่มทำดูนะคะ ทีนี้ล่ะคุณจะได้รู้ว่าการเติมเต็มความสุขให้ตัวเองนั้นง่ายมากๆ
ความสุขก็เหมือน “น้ำมัน” ถ้าไม่หมั่นเติม ระวัง!!น้ำมันหมดกลางทางนะคะ

Fulfill for Fully Lifeเติมเต็มความสุขด้วยตัวเองby Intira  Sriumnouyตื่นมาวันนี้รู้สึกว่าตัวเองขาดๆ ค่ะ ไม่รู้มีใครเป็นเหมือนเรามั้ย ที่จู่ๆ ก็รู้สึกว่าชีวิตขาดวิ่นไม่ค่อยสมบูรณ์ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เพิ่งอกหัก ไม่ได้รักคุด ไม่ได้รุดทำงานหนัก แถมยังได้พักเป็นเวลาเพียงพออีกต่างหาก แต่ทำไม๊ ทำไมถึงได้รู้สึก “ไม่เต็ม” แต่พอได้ปรึกษาและพินิจพิเคราะห์อาการกับเพื่อนสาวอยู่นาน คำตอบที่ได้คือ “อาการขาดความสุข” นี่เองที่เป็นตัวบั่นทอนทำให้เรารู้สึกไม่เต็มซะที พอรู้อย่างนี้เราเลยรีบหาวิธีปั๊มความสุขเข้าตัวให้เร็วที่สุด โดยเริ่มจาก
1. เติมด้วยวัตถุ อันนี้ไม่ได้สนับสนุนให้คุณสาวๆ หันมาเป็นสาวกวัตถุนิยมหรอกนะคะ แต่เราอยากให้รู้จักกับคำว่า “ให้รางวัลตัวเอง” มากกว่า ในที่นี้จึงไม่ได้หมายความว่าวัตถุสามารถซื้อความสุขได้เสมอไป แต่ในบางครั้งความรู้สึกที่มันขาดหายไปของเรา อาจเกิดขึ้นเพราะความรู้สึกต้องการที่มีอยู่ในใจ แต่ถูกสกัดไว้ด้วยคำว่า “พอเพียง” ซึ่งหลักพอเพียงถูกต้องที่สุดค่ะ แต่ความพอเพียงที่ว่านั้นต้องพอเพียงไปพร้อมๆ กับใจ ไม่ใช่ว่าอยากพอเพียงแต่ใจกลับทุกข์เหลือเกิน ฉะนั้นเราทำงานมาเหนื่อยๆ ถ้าจะให้รางวัลกับตัวเองในสิ่งที่เราต้องการจริงๆ (ขอย้ำว่าต้องการจริงๆ นะคะ) มันก็คงไม่ใช่เรื่องผิด เพราะคุณรู้หรือไม่ว่า การได้ทำตามใจตัวเองแม้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม จะทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมขึ้นมาแบบไม่ต้องเค้น ฉะนั้นถ้าตัวเลขในบัญชีหายไปแต่ตัวเลขความสุขในใจกลับทวีขึ้นมาในลักษณะสวนทางกัน ในบางครั้งมันก็คุ้มค่านะคะ2. เติมความสนุก “ความสนุก” ก่อให้เกิด “ความสุข” โดยสนุกในที่นี้สามารถทำได้หลายแบบค่ะ บางคนรักที่จะสนุกโดยการไปแฮงเอ้าท์กับเพื่อนๆ ในขณะที่บางคนสามารถสนุกได้เพียงแค่พกหนังสือติดตัวเพียงเล่มเดียว ซึ่งบางคนอาจเคยคิดว่าชีวิตฉันมีพร้อมทุกอย่างอยู่แล้ว ทั้งการงาน การเงิน และความรัก แต่ทำไม๊ ทำไมยังไม่แฮปปี้ดี๊ด๊าเท่าคนที่มีไม่ครบเครื่องอย่างคุณเลย ทั้งนี้ก็อาจเป็นเพราะว่าชีวิตของคุณขาดสีสันคัลเลอร์ฟูล ได้แต่อู้ฟู่อยู่บนความเรียบง่ายเกินไปยังไงล่ะ ฉะนั้นลองหมั่นเติมความสนุกใส่ชีวิตดูซะบ้างนะคะ ที่สำคัญจะสนุกอะไรก็สนุกได้ แต่อย่าสนุกอยู่บนความทุกข์ของคนอื่นละกัน มันไม่เก๋เลยค่ะ3. เติมความรัก ได้ยินประโยคนี้แล้วอย่าเพิ่งอิจฉาคนที่มีแฟนล่ะ เพราะเราไม่ได้หมายถึงความรักที่ได้จากแฟนเพียงอย่างเดียว จำไว้ค่ะว่า Love is All Around ดังนั้นไอ้อาการขาดความสุขที่เกิดจากขาดรักเนี่ย มันเลยสามารถเติมกันได้ง่ายๆ เพียงแต่หลายๆ คนอาจคิดกันไม่ถึงเท่านั้นเอง วิธีคิดง่ายๆ คือ “อยากให้ใครรักก็ต้องรักคนอื่นก่อน” รักพ่อรักแม่แล้วบอกเขาไปหรือยัง รักเพื่อนหนักหนาเคยเทคแคร์พวกเขามั้ย? หรือบอกรักแฟนทุกวันแต่ไม่เคยทำให้รู้สึกได้สักที อย่างนี้เขาเรียกว่าเติมแต่ไม่เต็มค่ะ ฉะนั้นวิธีเติมความรักที่ง่ายที่สุดคือ “การให้” รักใครก็บอกเขาไปตรงๆ ไม่ต้องมาอ้ำอึ้งเดี๋ยวถึงปี 2012 แล้วจะสะพรึงทั้งๆ ที่ยังไม่ได้พูดนะคะ อยากทำอะไรให้คนที่เรารักก็ทำเลยโดยที่ไม่ต้องมาคิดว่า “เขาทำอะไรให้เราแล้วบ้าง” แต่ให้คิดเพียงว่า “เราล่ะ ทำอะไรให้เขาบ้าง” ถ้านึกไม่ออกก็รีบทำ ถ้าทำมาเยอะแล้วก็ทำต่อไป เพราะการที่เราทำให้คนที่เรารักด้วยใจ จะยังไงมันก็คือความสุขของเราทั้งนั้น จำไว้ค่ะว่า “การให้ มันมีแต่ได้กับได้” แล้วอย่างนี้ถ้าไม่เรียกว่าเติมเต็มความสุขแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะคะ4. เติมความคิด ความคิดในหัวของคนเรามีทั้งดีและไม่ดี คละเคล้าปะปนกันไปเหมือนคนในสังคมนี่แหละค่ะ ฉะนั้นไอ้ความคิดไม่ดีที่มันเกิดขึ้นเนี่ยก็จะสามารถมาบั่นทอนความสุขจนทำให้ชีวิตของเราขาดโหว่เป็นรูโบ๋ได้ ฉะนั้นการเติมความคิดก็คือ การใส่สิ่งดีๆ เข้าไปในสมองให้มากขึ้น ฝึกคิดบวกวันละ 10 นาที หรือฝึกคิดดีวันละครึ่งชั่วโมง อะไรประมาณนั้น อย่างที่รู้ๆ กันว่า “ความคิดช่วยกำหนดชีวิตเราได้” ซึ่งถ้าคิดทุกข์แล้วรู้สึกขาด ดังนั้นเราจะพลาดคิดสุขกันทำไมล่ะค่ะ5. เติมเต็มด้วยตัวเอง มีหลายคนค่ะที่ชอบพูดว่า “รอคนมาเติมเต็มในส่วนที่ขาด” ไม่ปฏิเสธค่ะว่าผู้เขียนก็เคยรอเช่นกัน แล้วยังหลงคิดไปด้วยว่า “สักวันจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายจะต้องโผล่มาเติมให้ภาพของฉันสวยเต็มใบแน่ๆ” ว่าแต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกได้ว่า จะรอไปทำไม๊ ในเมื่อไม่มีใครรู้จักเราดีเท่าตัวเองอีกแล้ว และถ้าเกิดมีวันนั้นจริงก็ไม่รู้ว่าคนๆ นั้นจะสามารถเติมเต็มได้ถูกจุดหรือไม่ เพราะเรานี่แหละที่รู้ใจตัวเองที่สุด อีกอย่างการรอคอยให้คนอื่นมาเติมเต็มมันคือการเห็นแก่ตัวอย่างหนึ่งค่ะ เพราะในความเป็นจริงเราควรจะเป็นคนที่เต็มได้ด้วยตัวเอง แต่สามารถเผื่อแผ่ให้กับคนข้างๆ ให้รู้สึกอิ่มไปพร้อมๆ กับเราได้ ฉะนั้นลองย้อนกลับไปอ่านข้อ 1-4 แล้วเริ่มทำดูนะคะ ทีนี้ล่ะคุณจะได้รู้ว่าการเติมเต็มความสุขให้ตัวเองนั้นง่ายมากๆ
ความสุขก็เหมือน “น้ำมัน” ถ้าไม่หมั่นเติม ระวัง!!น้ำมันหมดกลางทางนะคะ
http://www.chicministry.com/mind-body_magazine.php

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s